0 Comments

MetaTrader 5

สำหรับนักลงทุนที่ใช้แพลตฟอร์ม MetaTrader 5  ในการซื้อขายสินทรัพย์ประเภทต่าง ๆ เช่น Forex, CFD (สัญญาซื้อขายส่วนต่าง), หรือ Futures การทำความเข้าใจเกี่ยวกับ Contract Specification (ข้อกำหนดของสัญญา) ถือเป็นความรู้พื้นฐานที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะข้อมูลเหล่านี้คือ กฎ ที่กำหนดลักษณะเฉพาะของสินทรัพย์แต่ละประเภทที่คุณกำลังเทรด บทความนี้จะเจาะลึกถึงข้อควรรู้สำคัญเกี่ยวกับ “Contract Specification ที่ปรากฏบนแพลตฟอร์ม MetaTrader 5 ” และ เหตุผลที่คุณต้องตรวจสอบมันก่อนการเทรดทุกครั้ง ให้กับทุกๆ ท่านได้ศึกษากันครับ จะมีอะไรบ้างนั้น…เราไปชมพร้อมๆ กันดีกว่าครับ

รู้จักกับ Contract Specification

Contract Specification คือ ชุดรายละเอียดที่โบรกเกอร์กำหนดขึ้นมาเพื่ออธิบายคุณสมบัติและเงื่อนไขการซื้อขายของเครื่องมือทางการเงินแต่ละตัวอย่างชัดเจน

3 ข้อควรรู้เกี่ยวกับ Contract Specification บน MetaTrader 5 

1. วิธีการเข้าถึง Contract Specification บน MetaTrader 5  การเข้าถึงข้อมูลนี้บนแพลตฟอร์ม MetaTrader 5  ทำได้ง่ายและรวดเร็ว โดยส่วนใหญ่มักจะอยู่ภายในหน้าต่าง Market Watch

  • ขั้นตอนการเข้าถึง:
    1. เปิดหน้าต่าง Market Watch (หน้าต่างแสดงราคา)
    2. คลิกขวาที่สินทรัพย์ที่คุณสนใจ (เช่น EURUSD หรือ Gold)
    3. เลือกเมนู Specification (ข้อกำหนด)
  • ความสำคัญ: การตรวจสอบข้อมูลใน MetaTrader 5  โดยตรงถือเป็นวิธีที่น่าเชื่อถือที่สุด เพราะข้อมูลนี้จะมาจากโบรกเกอร์ที่คุณกำลังใช้บริการอยู่ ซึ่งอาจแตกต่างจากโบรกเกอร์อื่น ๆ

2. องค์ประกอบสำคัญของ Contract Specification ที่ต้องรู้ ข้อมูลใน Contract Specification มีหลายส่วน แต่มีองค์ประกอบหลัก 4 ส่วนที่คุณต้องทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้ เพราะมันส่งผลโดยตรงต่อการคำนวณผลตอบแทนและความเสี่ยง

A. ขนาดของสัญญา (Contract Size / Lot Size) นี่คือหัวใจของการคำนวณกำไร/ขาดทุน และเป็นข้อมูลแรกที่คุณต้องทราบเพื่อควบคุมความเสี่ยง

  • คำอธิบายตรงไปตรงมา: Contract Size คือมูลค่ามาตรฐานของสัญญาหนึ่ง Lot ตัวอย่างเช่น ในการเทรด Forex คู่สกุลเงินหลัก ขนาดสัญญามาตรฐานมักเท่ากับ 100,000$ หน่วยของสกุลเงินฐาน (Base Currency) แต่สำหรับทองคำ (Gold) ขนาดสัญญาอาจเท่ากับ 100 ออนซ์ต่อ 1 Lot
  • ผลกระทบต่อการเทรด: เมื่อคุณทราบขนาดสัญญาแล้ว คุณสามารถคำนวณ มูลค่าต่อจุด (Pip Value) ที่แท้จริงได้ ซึ่งจำเป็นสำหรับการกำหนดจุด Stop-Loss และ Take-Profit ที่สอดคล้องกับกฎการจัดการความเสี่ยงของคุณ การที่ MetaTrader 5  แสดงข้อมูลนี้อย่างชัดเจนช่วยให้นักเทรดไม่สับสนในการคำนวณ

B. ขนาดของขั้นต่ำในการเคลื่อนไหว (Tick Size / Tick Value) Tick Size และ Tick Value เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวของราคาที่เล็กที่สุดและมูลค่าทางการเงินของการเคลื่อนไหวที่เล็กที่สุดนั้น

  • Tick Size (ขนาดขั้นต่ำ): คือการเคลื่อนไหวของราคาที่เล็กที่สุดที่สามารถบันทึกได้บน MetaTrader 5  ตัวอย่างเช่น คู่สกุลเงินส่วนใหญ่จะมี Tick Size 0.00001 (5 ทศนิยม) แต่ดัชนีหรือสินค้าโภคภัณฑ์บางตัวอาจมี Tick Size ที่แตกต่างกัน
  • Tick Value (มูลค่าต่อขั้นต่ำ): คือมูลค่าเงิน (เป็นสกุลเงินของบัญชี) ที่เปลี่ยนแปลงไปเมื่อราคาเคลื่อนไหว 1 Tick ซึ่งมีความสำคัญในการคำนวณกำไร/ขาดทุนอย่างละเอียด
  • ความสำคัญ: ข้อมูลนี้ช่วยให้เทรดเดอร์ทราบว่าราคาต้องเคลื่อนไหวไปกี่ Tick จึงจะเท่ากับ 1 Pip (จุด) ซึ่งมีความสำคัญต่อการตั้งค่าระบบซื้อขายอัตโนมัติ (EAs) บน MetaTrader 5 

C. ข้อกำหนดด้านมาร์จิ้นและเลเวอเรจ (Margin Requirements) แม้ว่าเลเวอเรจจะขึ้นอยู่กับบัญชีของคุณ แต่ข้อกำหนดมาร์จิ้นพื้นฐานของสินทรัพย์ก็ถูกกำหนดไว้ใน Contract Specification

  • คำอธิบายตรงไปตรงมา: ข้อมูลนี้ระบุว่าคุณต้องวางเงินประกัน (Margin) เป็นจำนวนเท่าใดเพื่อเปิดสถานะ 1 Lot ซึ่งมักจะแสดงเป็นเปอร์เซ็นต์ของมูลค่ารวมของสัญญา (เช่น มาร์จิ้น $1\%$ สำหรับสินทรัพย์ที่มีเลเวอเรจ 1:100)
  • ผลกระทบต่อความเสี่ยง: การทราบข้อกำหนดมาร์จิ้นช่วยให้คุณสามารถคำนวณ มาร์จิ้นว่าง (Free Margin) ที่เหลืออยู่ในบัญชีของคุณได้ การเทรดสินทรัพย์ที่มีข้อกำหนดมาร์จิ้นสูงกว่าจะทำให้เงินทุนสำรองของคุณเหลือน้อยลง ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการถูก Margin Call ในแพลตฟอร์ม MetaTrader 5 

D. ค่าธรรมเนียมข้ามคืน (Swap or Rollover Fee) นี่คือต้นทุนที่ซ่อนอยู่สำหรับการถือสถานะข้ามคืนที่คุณต้องรู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณใช้กลยุทธ์การเทรดระยะยาว (Swing Trading)

  • Swap Long และ Swap Short: Swap คือดอกเบี้ยที่ถูกเรียกเก็บ (ติดลบ) หรือได้รับ (บวก) เมื่อคุณถือสถานะข้ามคืน โดยจะมีอัตราที่แตกต่างกันสำหรับสถานะ ซื้อ (Swap Long) และสถานะ ขาย (Swap Short)
  • บทบาทใน MetaTrader 5 : ข้อมูลนี้จะระบุอัตรา Swap ต่อ 1 Lot โดยปกติจะแสดงเป็น คะแนน (Points) หรือ เปอร์เซ็นต์ (Percentage) การทำความเข้าใจค่า Swap ล่วงหน้าเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อหลีกเลี่ยงการกัดกร่อนของกำไรในระยะยาว

3. ข้อมูลอื่น ๆ ที่สำคัญและข้อจำกัด นอกเหนือจากองค์ประกอบหลักแล้ว Contract Specification บน MetaTrader 5  ยังมีข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเวลาและข้อจำกัดของตลาด

  • เวลาซื้อขาย (Trading Sessions): ข้อมูลนี้จะระบุว่าสินทรัพย์นั้น ๆ เปิดให้ซื้อขายในช่วงเวลาใดของวัน และวันใดบ้างในสัปดาห์ (เช่น Forex มักเปิด 24/5 ในขณะที่หุ้นอาจมีเวลาเปิดปิดที่จำกัดกว่า)
  • วันหมดอายุ (Expiry Date): สำหรับสินทรัพย์บางประเภท เช่น CFD ใน Futures หรือ Options ข้อมูลนี้จะระบุวันหมดอายุของสัญญา ซึ่งเป็นวันที่สถานะจะถูกปิดโดยอัตโนมัติ หากคุณถือสถานะดังกล่าวบน MetaTrader 5  คุณต้องวางแผนการ Roll-over หรือการปิดสถานะก่อนวันหมดอายุ

การทำความเข้าใจ Contract Specification บน MetaTrader 5  เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับนักเทรดทุกคน มันไม่ใช่แค่ข้อมูลทางเทคนิคที่ซับซ้อน แต่คือ แผนที่ ที่บอกขนาด, ต้นทุน, และความเสี่ยงของสินทรัพย์แต่ละตัวที่คุณกำลังจะลงทุน ดังนั้นจงใช้เวลาตรวจสอบ ขนาดของสัญญา, มาร์จิ้น, และ ค่า Swap ของสินทรัพย์ทุกตัวก่อนการเปิดคำสั่งซื้อขายเสมอ การมีวินัยในการตรวจสอบข้อมูลเหล่านี้ใน MetaTrader 5  จะช่วยให้คุณสามารถกำหนดขนาดสถานะได้อย่างถูกต้องตามหลักการบริหารความเสี่ยง เพื่อให้ทุกท่านอยู่รอดในการเทรดครับ

Related Posts

โรงงานผลิตกล่องกระดาษ

เคล็ดลับช่วยเลือกโรงงานผลิตกล่องกระดาษ

ในปัจจุบันตลาดการค้าขายออนไลน์มีการแข่งขันที่สูงมากๆ ซึ่งพ่อค้าแม่ค้าจึงจำเป็นต้องหาวิธีการต่างๆ เพื่อช่วยให้ร้านของคุณนั้นอยู่ได้ และขายดียิ่งขึ้นกว่าเดิม ซึ่งบรรจุภัณฑ์หรือแพคเกจจิ้ง เป็นสิ่งที่สำคัญไม่น้อยไปกว่าสิ่งอื่นๆ เลย หากคุณเลือกใช้กล่องบรรจุภัณฑ์ที่ไม่มีคุณภาพก็จะทำให้สินค้าของคุณเสียหายได้ง่าย ซึ่งโรงงานผลิตกล่องกระดาษก็มีอยู่หลายโรงงานมากๆ วันนี้เราจะบอกเคล็ดลับช่วยเลือกโรงงานผลิตกล่องกระดาษกันเลย…

โบรกเกอร์ Forex

เปรียบเทียบประเภทบัญชี Forex จากโบรกเกอร์ต่างๆ

ในปัจจุบัน มีการลงทุนมากมายหลายแบบให้เราได้เลือกสรรตามความถนัด ซึ่งหนึ่งในสิ่งที่เราจะต้องมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับ “การเทรด Forex” นั้นก็คือเรื่องของการ “เปรียบเทียบประเภทบัญชี Forex จากโบรกเกอร์ Forex…

ks quik 2000

ks quik 2000 พอตใช้แล้วทิ้งยอดนิยม ที่ทุกคนไม่ควรมองข้าม! 

เรียกได้ว่า ks quik 2000 ถือเป็นพอตใช้แล้วทิ้งที่ได้รับความนิยมมาเป็นอันดับต้น ๆ เลยก็ว่าได้ เนื่องจากพอตใช้แล้วทิ้งรุ่นนี้สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างครบครันมากที่สุด ทั้งในเรื่องของระยะเวลาในการใช้งาน กลิ่นและรสชาติของน้ำยาที่เลือกได้อย่างหลากหลาย…